วันนี้ผมจะแนะนำคำว่า“ความเสี่ยง ( Risk )” ในมุมมองของการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์  แท้จริงแล้วความเสี่ยงคือความไม่แน่นอนนั่นเองโดยเราจะดูความไม่แน่นอนของผลตอบแทน (วิธีหาผลตอบแทนรายวัน=[ราคาวันนี้-ราคาเมื่อวาน]/ราคาเมื่อวาน) วิธีการหาค่าความเสี่ยงของหุ้นแต่ละตัวทำได้โดยการคิดผลตอบแทนรายวัน (รายสัปดาห์ หรือรายเดือนก็ได้) มาหลายๆวัน แล้วนำมาplot กราฟ หรือหาค่า SD (ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน) ตัวอย่างเช่น

Date Stock A Stock B
Price A Return A Price B Return B
10/1/1999 897.37 25.22
10/8/1999 892.13 -0.6% 21.98 -12.8%
10/15/1999 839.65 -5.9% 23.06 4.9%
10/22/1999 823.91 -1.9% 21.55 -6.5%
10/29/1999 865.89 5.1% 24.35 13.0%
11/5/1999 913.12 5.5% 25.86 6.2%
11/12/1999 934.11 2.3% 29.09 12.5%
11/19/1999 918.37 -1.7% 28.88 -0.7%
11/26/1999 944.6 2.9% 29.74 3.0%
12/3/1999 976.09 3.3% 30.82 3.6%
12/10/1999 1070.55 9.7% 31.9 3.5%
12/17/1999 1112.53 3.9% 37.07 16.2%
12/24/1999 1180.76 6.1% 40.95 10.5%
12/31/1999 1012.83 -14.2% 42.03 2.6%

ตาราด้านบนนี้เกิดมาจากการนำข้อมูลราคาของหุ้น A และ หุ้น B มาจากฐานข้อมูล (อาจใช้ settrade / metastock) แล้วคำนวนหา return ของหุ้นในแต่ละช่วงเวลา จากนั้นนำมาสร้างกราฟ จะได้ดังรูปด้านล่าง

จะสังเกตุได้ว่าหุ้น B มีการแกว่งตัวแรงกว่าหุ้น A แสดงว่าหุ้น B นั่นมีความเสี่ยงมากกว่าหุ้น A แต่ในเชิงวิชาการแล้วการวัดความเสี่ยงด้วยสายตาแบบนี้อาจไม่เหมาะสมนัก การนำหลักการทางสถิติมาประยุกต์จะช่วยทำให้เราเปลี่ยนข้อมูลเชิงคุณภาพเป็นเชิงปริมาณได้โดยการคำนวนค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) (หาได้จากสูตร stdev ของ excel) ของผลตอบแทน  จากข้อมูลในตารางด้านบนสามารถนำมาคำนวน SD ของหุ้น A และ B ได้ 0.0615 และ 0.0801 ตามลำดับ

มาดูที่ผลตอบแทนเฉลี่ยกันบ้าง ค่านี้หาได้โดยนำผลตอบแทนมาหาค่าเฉลี่ย พบว่าค่าผลตอบแทนเฉลี่ยของหุ้น A และ หุ้น B ได้เท่ากับ 1.1% และ 4.3% ตามลำดับ

การนำไปใช้งาน

ถ้าดูจากค่าตัวเลขที่ได้มา ถ้าเราต้องเลือกหุ้น 1 ตัว จากข้อมูลที่ได้มา เราควรจะเลือกหุ้นตัวไหนดี?  คำตอบคือ เราต้องเลือกหุ้นที่มีความเสี่ยงน้อยที่สุด ณ ความผลตอบแทนที่เท่ากัน วิธีการเปรียบเทียบง่ายมาก  เราจะใช้หลักการหาค่าCV (Coefficient of variation) โดยใช้สูตร ค่า SD/ผลตอบเทนเฉลี่ย   การตีความหมายค่า CV คือ ค่าความเสี่ยงต่อผลตอบแทน1หน่วย  ค่ายิ่งน้อยยิ่งดี

จากตัวอย่างค่า CV ของหุ้น A และ B เท่ากับ 5.508 และ 1.861 ตามลำดับ  ดังนั้นเราจึงควรจะเลือกหุ้น B ถึงแม้ว่าจะมีความเสี่ยงที่มากกว่าแต่ก็ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ากว่าโดยดูจากค่า CV นั่นเอง