www.BlogAboutMe.com

    All about my interests

    ทุกวันนี้คงไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า ICT นั้นมีบทบาทที่สำคัญกับชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก University of Cambridge จึงจัดการสอบวิชา ICT เป็น 1 ใน IGCSE Series ผู้ปกครองหลายท่านอาจจะเคยมีข้อสงสัยว่าเรียน ICT แล้วจะไปใช้อะไร  แท้จริงแล้ววิชา ICT นับว่าเป็นอีก 1 วิชาที่มีความสำคัญไม่แพ้วิชา Mathemetics, Business Study, หรือภาษาเลย เพราะว่า ICT ได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการทำการบ้านส่งอาจารย์ในระดับมหาวิทยาลัย การทำงานในบริษัทต่างๆ หรือการประยุกต์นำ ICT มาทำให้ชีวิตประจำวันมีความสะดวกสบายยิ่งขึ้น  เรียกได้ว่าบางคนเรียนจบปริญญามาแต่ขาดทักษะด้านคอมพิวเตอร์ก้ไม่สามารถทำงานในบริษัทชั้นนำได้  ด้วยเหตุนี้ Up Grade Class จึงจะขอแนะนำวิชา IGCSE-ICT (0417) ซึ่งเป็นวิชาที่หลายๆคนนึกไม่ถึงแต่เป็น อีก 1 วิชาที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง

     

    วิชา IGCSE ICT (0417) นั้นจะประกอบด้วยการสอบ 2 รูปแบบ คือ ข้อสอบข้อเขียน และข้อสอบภาคปฏิบัติ ซึ่งครอบคลุมถึงการใช้งานคอมพิวเตอร์พื้นฐาน การวิเคราะห์และออบแบบระบบเบื้อต้น หลักการทำงานเบื้อต้นของ ICT

    เนื้อหาภาคทฤษฎี

    - ประเภทและส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์

    - อุปกรณ์ Input และ Output

    - สื่อบันทุกข้อมูล

    - ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์

    - ชนิดของข้อมูล

    - ผลของการนำ ICT มาใช้ในชีวิตประจำวัน

    - การวิเคราะห์และออบแบบระบบ

    เนื้อหาภาคปฏิบัติ

    - การทำงานด้านเอกสาร (โดยทั่วไปศูนย์สอบมักจะใช้ Microsoft Word)

    - การทำงานด้านตารางคำนวณ (โดยทั่วไปศูนย์สอบมักจะใช้ Microsoft Excel)

    - การทำงานด้านฐานข้อมูล (โดยทั่วไปศูนย์สอบมักจะใช้ Microsoft Access)

    - การทำงานด้านการทำเวบไซท์ (โดยทั่วไปศูนย์สอบมักจะใช้ Adobe Dreamweaver)

    - การใช้งานทั่วไป เช่นการพิมพ์เอกสาร ตกแต่งรูป ส่งอีเมล บันทึกรายชื่อ

    หนังสือที่นิยมใช้

    Cambridge IGCSE ICT Course book – Chris Leadbetter and Stewart Wainwright

     

    สำหรับวิชานี้ทางทีม Up Grade Class มีติวเตอร์ผู้มีความรู้และประสบการณ์ในการสอนมามากมายทำใหน้องๆที่เรียนกับเราทุกคนสอบผ่านได้ระดับ A หรือ A* (A Star) เกือบทุกคน

    ที่มา Up Grade Class

    ความรู้สึกแรกหลังจากที่ Travel Agency ของทางบริษัทจองสายการบินEmirates ให้สำหรับ Buenos Aires/Curitiba trip รู้สึกเซ็งเล็กน้อยที่ไม่สามารถสพสมไมล์กับ ROP ของการบินไทยได้. แต่ก็ไม่เป็นอะไรมากเพราะเป็นคนไม่ค่อยสะสมอะไรพวกนี้อยู่แล้ว แต่ถ้าได้ก็ดี. เส้นการเดินทางที่ใช้สายการบิน Emirates นั้น จะเป็น BKK-Dubai-rio de janeiro-buenos aires. Business class. แค่ยังไม่ทันขึ้นเครือ่งก็ถูกใจสายการบินนี้ซะแล้ว โดยครั้งนี้ผมได้ใช้บริการเครื่องบิน2รุ่นด้วยกันคือ Boeing 777-300ER และ Airbus A380

    First impression begin at home
    ที่นั่งBusiness Class ของที่นี่มีบริการพิเศษ Emirates Chauffeur-drive services ซึ่งก็คือบริการ limo รับส่งสนามบินนั่นเอง ที่สำคัญฟรีครับ ตามเงื่อนไข. โดยต้องจองล่วงหน้า2วัน. รถที่มารับก็เป็น Mercedes มารับถึงหน้าบ้านเลย

    Check in time
    พนักงานสุภาพตามปกติ. แต่ผมได้ offer พิเศษให้บินกับเครื่อง A380 แทน โดยจะ takeoff เร็วกว่า flight ที่จองมาประมาณ1ชั้วโมง ผมก็ตกลงโดยไม่ต้องคิด เพราะ flight เดิมนั้นจะบินด้วย เครื่อง boeing 777-300 สาเหตุที่ผมตัดสินใจโดยไม่ต้องคิด ติดตามได้จากด้านล้างเลยครับ. นอกจากนี้ตอนcheck in ยังได้รับบัตร premium ไว้ต่อคิวพิเศษตรง immigration โดยใช้ช่องเดียวกับลูกเรือ. สบายเลยครับ ไม่มีคิวเลย

    Emirates Lounge
    ที่สนามบินสุวรรณหภูมิ Emirates Lounge จะอยู่ชั้น 3 คนน้อยกว่าของการบินไทยมากครับ ที่นั่งเหลือเฟือ มีปลั๊กให้เกือบทุกโต๊ะ WiFi ความเร็วok อาหารก็เหมือนๆกัน. สำหรับผมแล้วผมสนใจที่ที่นั่งสบาย คนไม่เยอะ WiFi แรง

    แน่นอนครับทีเด็ดของ Emirates lounge จะต้องอยู่ที่สนามบิน Dubai ซึ่งขนาดความใหญ่นั้นพอกับ lounge ของ Qatar Airline ที่สนามบินQatar โดยมีอาหารตามมาตรฐาน. มีสนามเด็กเล่น มีห้องเล่นเกมส์ แน่น่าเสียดายที่ WiFi ช้ามาก

    20120513-171253.jpg
    ทางเข้า Lounge ที่ดูไบ

    20120513-171311.jpg
    ห้องเล่นเกมส์

    Emirates Boeing 777-300ER
    เครื่องนี้ผมนั่งจากดูไบไป stop ที่ rio de janeiro แล้วต่อไปที่ buenos aires ที่นั่งBusiness Class ในเครื่องนี้ค่อนข้างธรรมดา สามารถปรับนอนเป็น Flatbed ได้ตามมาตรฐาน มีระบบนวด ที่นั่งแบ่งเป็น 3 column(2-3-2) จุดเด่นในเรื่องที่นั่งอยู่ที่พนักงานจะมีฟูกให้ปูเวลานอนจะได้นิ่มๆ สำหรับจอทีวีอันนี้ทีเด็ดเลย หน้าจอแบบสัมผัสเป็นแบบกันแสงสะท้อนขนาดน่าจะ19นิ้ว ระบบการเล่นmultimedia ชื่อระบบ ice ซึ่งเทพมาก เพราะมาพร้อมกับรีโมทคอนโทร 2 ตัว คือแบบมีสาย และไม่มีสาย. แบบมีสายคือที่เราพบได้ในสายการบินอื่นๆ แต่ตัวไร้สายนั่นให้นึงภาพเหมือนมี tablet ไว้คอยควบคุมทีวี แถมยังใช้รีโมตตัวนี้ปรับเก้าอี้ได้อีกด้วย ปลั๊กไฟมีให้ 1 จุด ที่เสียบ USB 2 อัน โดยเราสามารถนำรูปหรือ pdf ใน usb ไปแสกงบนหน้าจอได้ ในส่วนของชุดคิตของbusiness class ทำได้ดีกว่าสายการบินอื่นๆ ดูได้ตามรูปประกอบเลยครับ นอกจากนี้ยังมีลูกเล่นเล็กๆตรงเพดาน หากเครื่องสว่างจะเห็นเป็นเพดานธรรมดา. และถ้าปิดไฟหมดเมื่อไหร่จะเพดานจะกลายเป็นท้องฟ้าจำลองเลย

    20120513-171414.jpg

    20120513-171539.jpg
    มีที่วางด้านข้างใส่ ipad ได้พอดี

    20120513-171640.jpg

    ท้องฟ้าจำลอง

    20120513-171500.jpg
    Wireless Remote control

    20120513-171558.jpg
    วางเทียบกับipad

    Emirates Airbus A380
    เครื่องนี้ได้นั่งจากกรุงเทพไปดูไบในชั้น Business Class อลังการงานสร้างมากครับ ที่นั่งเป็น3column (1-2-1) ฟังชั่นการทำงานต่างมีเหมือนที่ Emirates Boeing777-300ER มีทั้งหมด ดังนั้นสิ่งที่ผมจะพิมพ์ต่อจากนี้คือสิ่งที่มีเฉพาะใน Emirates A380 เท่านั้น อย่างแรกเลยมี mini bar ส่วนตัวอยู่ข้างๆ พร้อมcounterวางของ ที่นั่งจะวางตำแหน่งเหลื่อมกันดังนั้นเราจะมองไม่เห็นคนข้างๆเลย ทำให้มีความเป็นส่วนตัวสูงมาก เครื่องนี้ออกแบบเป็นพิเศษทำให้สามารถใช้ WiFi ได้ในเครื่องขณะบินอยู่ (อันนี้ชอบมาก) และท่ี่เด็ดกว่านั้นคือ Sky Lounge ครับ มีอยู่บนเครื่องเลย เป็นการแปลงพื้นที่ 1 ช่วงในเครื่องบินเป็น lounge

    20120513-172302.jpg
    Sky Lounge

    20120513-172220.jpg
    Counter ด้านข้างกับ minibar ส่วนตัว

    20120513-172240.jpg
    ที่นั้งโดยรวม

    Food & Drink
    หลายคนคงสงสัยเรื่องอาหารและเครื่องดื่มว่าทำไมผมไม่ดอามานำเสนอ. นั่นเป็นเพราะผมไม่เชี่ยวชาญเรื่องนี้ เสิร์ฟอะไรมาก็กินได้หมด ในบรรดาอาหารเครื่องดื่มผมถูกใจ Godiva ที่สุดครับ นอกนั้นก็เหมือนๆกับสายการบินอื่นๆ

    20120513-173822.jpg

    Summary
    สรุปสั้นๆนะครับ Business Class ของสายการบินนี้เยี่ยมมาก ราคาถูกกว่าการบินไทยอีกด้วย ยิ่งถ้าได้นั่งเครื่อง A380 นะเป็นอะไรที่เกินความคาดหมาย แถมยังมีรถรับส่งสนามบินฟรีด้วย ข้อเสียคงเป็นเรื่องการสะสมไมล์ที่มีพันธมิตรน้อยมากครับเท่าที่จำได้จะมี Japan Airline. Korea Airline อันอื่นจำไม่ได้แล้ว